วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ฟอสซิล (fossils) คืออะไร

คำว่า “Fossil” มาจากภาษาละตินว่า “Fossilis” หมายถึงสิ่งที่ขุดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นแร่หรือสิ่งอื่น ๆ รวมทั้งสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ แต่ในปัจจุบัน คำว่า “Fossil” มีความหมายจำเพาะมากขึ้น นักธรณีวิทยาบางคนให้ความหมายว่าเป็นหลักฐาน (evidence) ของสิ่งมีชีวิตที่เคยมีอยู่ก่อน (preexisting life) (Prothero and Dott, 2004) นอกจากนี้ Stein and Rowe, 2000 ได้ให้ความหมายว่า “เป็นซากและร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในสมัยโบราณ บางคนระบุอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ (prehistoric time) ซึ่งก็มีความหมายคล้ายกัน และอาจสรุปได้ตามศัพท์บัญญัติในพจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยาของไทยซึ่งกำหนดคำว่า “Fossil” หรือ “ซากดึกดำบรรพ์” ให้หมายถึง ซากและร่องรอยของบรรพชีวิน (ancient life) ที่ประทับอยู่ในหิน บางแห่งเป็นรอยพิมพ์ บางแห่งมีซากเดิมปรากฏอยู่ รอยตีนสัตว์ มูลสัตว์ ถ่านหิน ไม้กลายเป็นหิน รวมอยู่ในหมู่ซากดึกดำบรรพ์นี้เหมือนกัน (ราชบัณฑิตยสถาน, 2544) ในทางธรณีวิทยา มักใช้ขอบเขตเวลาที่ 10,000 ปีก่อน ซึ่งเป็นระยะเวลาแบ่งสมัยธรณีวิทยา “ไพลสโตซีน” (Pleistocene) กับสมัย “โฮโลซีน” (Holocene หรือ Recent = ปัจจุบัน)


สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเกิดซากดึกดำบรรพ์
ต้องเข้าใจก่อนว่า กระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์นั้นต้องการเงื่อนไขพิเศษหลายประการ ดังนั้นจึงเป็นเหตุการณ์ที่ยากมาก ที่สิ่งมีชีวิตในอดีตจะถูกเก็บรักษาอย่างดีและค่อยๆกลายสภาพไปเป็นซากดึกดำบรรพ์ เมื่อเทียบกับปริมาณสิ่งมีชีวิตที่เคยมีอยู่ในโลกนี้ เพราะซากสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะถูกทำลายไปตามธรรมชาติ ยกเว้นมีสภาวะพิเศษดังต่อไปนี้คือ
1. มีการทับถมตกจมตัวจากตะกอนและถูกเก็บรักษาไว้อย่างรวดเร็ว เช่น การที่ซากอินทรีย์ถูกทับถมอยู่ในตะกอนท้องแม่น้ำหรือปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นสภาพที่ขาดออกซิเจนและจุลินทรีย์ที่จะมาย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ หรือการที่ยางไม้ไหลลงมาตามลำต้นและกลบฝังแมลงหรือสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่เกาะอยู่ แล้วแข็งตัวเป็นอำพัน เป็นต้น
2. สภาวะอากาศที่เย็นจัดหรือแห้งแล้งจัด ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์ ทำให้ซากสิ่งมีชีวิตรอดพ้นจากการถูกย่อยสลาย เช่น การเกิดซากดึกดำบรรพ์ช้างแมมมอธในไซบีเรีย อลาสก้าหรือซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ รวมทั้งไข่ไดโนเสาร์ในมองโกเลีย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น